Month: September 2021

คาซัคฯ เชือด อิหร่าน 3-2 , โปรตุเกส ทุบ สเปน 4-2 ลิ่วรอบรองฯ ฟุตซอลชิงแชมป์โลก

เชือด อิหร่าน 3-2 , โปรตุเกส ทุบ สเปน 4-2 ลิ่วรอบรอง

การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2021 ที่ประเทศลิทัวเนีย รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.64 ที่ผ่านมา แข่งขันกันทั้งหมด 2 คู่

ผลการแข่งขันปรากฏว่า คาซัคสถาน พลิกจากตามหลังถึงสองลูก ก่อนกลับมาเอาชนะ อิหร่าน ไปได้แบบสุดยอด 3-2

ส่วน โปรตุเกส ถูก สเปน ออกนำไปก่อนถึง 2-0 ก่อนจะพลิกกลับมาไล่ทุบ ทีมกระทิงดุ ไปได้อย่างเด็ดขาด 4-2 ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึก ฟุตซอลชิงแชมป์โลก ได้สำเร็จ

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศมีดังนี้

–  บราซิล พบ อาร์เจนติน่า

–  โปรตุเกส พบ คาซัคสถาน

ไร้ชัย 3 เกมติด! บาร์เซโลน่า 10 ตัว บุกเจ๊า กาดิซ 0-0 หล่นที่ 7 ตาราง

บาร์เซโลน่า 10 ตัว บุกเจ๊า กาดิซ 0-0 หล่นที่ 7 ตาราง

การแข่งขันฟุตบอล ฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คู่ระหว่าง กาดิซ พบกับ บาร์เซโลน่า ที่สนาม เอสตาดิโอ รามอน เด การ์รานซ่า เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา

เปิดเกมมา 5 นาที ทีมเยือนได้โอกาสทักทายก่อน เซอร์จิโน่ เดสท์ ลากขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนเลี้ยงตัดเข้าในแล้วสับไกด้วยซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 26 บาร์เซโลน่า ครองเกมบุกกดดันต่อเนื่อง ลุค เด ยอง จ่ายออกซ้ายให้ เฟร้งกี้ เดอ ยอง เปิดตบกลับเข้าเขตโทษ เฮเรเมียส เลเดสม่า ชกทิ้งได้ก่อนที่จะถึง เมมฟิส เดอปาย

นาทีที่ 30 “เจ้าบุญทุ่ม” ลุยต่อ เมมฟิส เดอปาย ล็อกเข้าเขตโทษก่อนปั่นด้วยขวาแต่บอลไปตรงตัว เฮเรเมียส เลเดสม่า รับเข้าซองไว้ได้ไม่ยาก หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังแค่นาทีเดียว เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูนำ เยนส์ ยอนส์สัน ไหลคืนให้ อัลบาโร เนเกรโด้ ดีดด้วยซ้ายบอลจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ แทร์ ชเตเก้น พุ่งปัดออกไปได้นิดเดียว

นาทีที่ 65 ทีมเยือนต้องมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่ เฟร้งกี้ เดอ ยอง จับบอลยาวก่อนไปเปิดปุ่มอันตรายใส่ อัลฟอนโซ่ เอสปิโน่ ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกชูใบเหลืองที่สองก่อนชูใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาทีที่ 80 กาดิซ เกือบได้ประตูชัย อัลฟอนโซ่ เอสปิโน่ ลากเข้าเขตโทษก่อนไหลให้ รูเบน โซบริโน่ ยิงไปติดตัว แทร์ ชเตเก้น บอลไปเข้าทาง ซัลวาดอร์ ซานเชซ ซ้ำออกหลังเหลือเชื่อ

จบเกม บาร์เซโลน่า บุกทำได้แค่เสมอกับ กาดิซ 0-0 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม ทำให้ “อาซูลกราน่า” เก็บชัยไม่ได้มา 3 เกมติดต่อกันเข้าไปแล้ว รั้งอันดับ 7 ของตาราง

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

กาดิซ (4-4-2) : เฮเรเมียส เลเดสม่า – อิซ่า การ์เซเลน, วาราซดัต ฮาโรยาน, บิคตอร์ ชุสต์, อัลฟอนโซ่ เอสปิโน่ – ฟาลี่ ฆิเมเนซ, โตมัส อาลาร์กอน, ฟาลี่ ฆิเมเนซ, ซานเตียโก อาร์ซาเมนเดีย – อัลบาโร เนเกรโด้, รูเบน โซบริโน่

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – ออสการ์ มินเกซ่า, เคราร์ด ปิเก้, โรนัลด์ อาเราโฮ, เซอร์จิโน่ เดสท์ – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร้งกี้ เดอ ยอง, กาบี – ยูซุฟ เดเมียร์, เมมฟิส เดอปาย, ลุค เด ยอง

เขย่าวงการ! “เจ้าชายกัมพูชา” ยื่น 100 ล.ยูโร ขอซื้อ แซงต์-เอเตียนน์

"เจ้าชายกัมพูชา" ยื่น 100 ล.ยูโร ขอซื้อ แซงต์-เอเตียนน์

ข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสและกัมพูชา เมื่อ เจ้าชายนโรดม รวิจักร์ แห่งกัมพูชา ยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโร (ราว 3,920 ล้านบาท) ขอซื้อทีม แซงต์-เอเตียนน์ ยักษ์หลับแห่งลีกสูงสุดแดนน้ำหอม

เลอ ปารีเซียง สื่อใหญ่ของฝรั่งเศส รายงานว่า สโมสรแซงต์-เอเตียนน์ ตกอยู่ในสถานภาพทางการเงินที่ไม่สู้ดีนัก และต้องการหาผู้สนับสนุนรายใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าชายนโรดม รวิจักร์ วัย 47 ปี ที่แสดงความจำนงตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาให้ แซงต์-เอเตียนน์ ได้รับไปพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว

รายงานระบุว่า แซงต์-เอเตียนน์ ได้รับแผนงานเทคโอเวอร์ครั้งนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบรับ เนื่องจากต้องเรียกบอร์ดบริหารเข้าร่วมหารือกันในช่วงสัปดาห์นี้เสียก่อน เพื่อหาข้อตกลงว่าจะตัดสินใจอย่างไรกับอนาคตของสโมสร

สำหรับ เจ้าชายนโรดม รวิจักร์ เป็นพระราชนัดดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสีหนุ ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลฝรั่งเศสเช่นเดียวกับเสด็จปู่ โดยเจ้าชายนโรดมพำนักเป็นหลักทั้งในกรุงปารีสและกรุงพนมเปญ คลั่งไคล้และเป็นแฟนกีฬาฟุตบอลตัวยง ซึ่งปัจจุบันมีแผนมองหาทีมที่จะมาช่วยส่งเสริมหรือเป็นพันธมิตรทางด้านฟุตบอลกับกัมพูชา เพื่อช่วยผลักดันและพัฒนาฟุตบอลของประเทศต่อไป

ด้าน แซงต์-เอเตียนน์ ปัจจุบันรั้งอันดับ 19 ในตารางลีกเอิง 2021/22 แข่ง 6 นัด มี 3 คะแนน และยังไม่ชนะใคร ถือเป็นอดีตทีมใหญ่ของฝรั่งเศส มีดีกรีแชมป์ลีกเอิงมากที่สุดจำนวน 10 สมัย แต่ครั้งสุดท้ายที่ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ต้องย้อนไปถึงฤดูกาล 1980/81 เลยทีเดียว

เกือบไปแล้ว! สื่อดังเผยผีแดงเมินเซ็น “คูลิบาลี” ก่อนคว้า “วาราน”

เกือบไปแล้ว! สื่อดังเผยผีแดงเมินเซ็น "คูลิบาลี" ก่อนคว้า "วาราน"

มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฏิเสธโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับ คาลิดู คูลิบาลี ปราการหลังตัวเก่งของ นาโปลี ในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ปีศาจแดงต้องการเซ็นเตอร์แบ็กคนใหม่ในช่วงหน้าตลาดนักเตะรอบที่ผ่านมา ซึ่ง คูลิบาลี เองก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ที่ทีมเล็งไว้มาช่วยในแนวรับ

ตามรายงานจาก คอร์ริเอเร เดลโล สปอร์ต สื่อดังของประเทศอิตาลี ระบุว่า ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลเป็นเป้าหมายหลักของสโมสร แต่ปีศาจแดงยกเลิกความสนใจเนื่องจากการเรียกค่าตัวของต้นสังกัด

โดยทีมดังจากกัลโช เซเรีย อา ต้องการเงินล่วงหน้า 34.1 ล้านปอนด์ สำหรับแข้งวัย 30 ปี แต่ยูไนเต็ดมองว่าสูงเกินไป ก่อนหันไปเซ็นสัญญากับ ราฟาเอล วาราน จาก เรอัล มาดริด ในราคาเดียวกันแถมยังอายุน้อยกว่าถึง 2 ปีด้วย

ระดับไม่ต่างกัน! “ซลาตัน” ชี้ “เมสซี่ โรนัลโด้” เหนือกว่าตนก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้น

ซลาตัน" ชี้ "เมสซี่ & โรนัลโด้" เหนือกว่าตนก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้น

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออกตัวอย่างไม่เกรงใจกับ ฟุตบอล อิตาเลีย สื่อในประเทศอิตาลีว่าตัวเขาเองคือนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ส่วน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ทำได้ดีกว่าเขาเฉพาะเรื่องความสำเร็จด้านถ้วยรางวัลเท่านั้น แต่ไม่ใช่ในเรื่องฝีเท้า

หลังจากล่าสุด โรนัลโด้ ประเดิมออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดใหม่หน้าเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วน เมสซี่ เองก็ได้โอกาสลงสัมผัสสนามกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมใหม่ในฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทั้งสองคนเรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่สร้างปรากฏการณ์ให้โลกฟุตบอลได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยการคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ถึง 11 จาก 12 ครั้งหลังสุดมาครองได้

โดย ซาลาตัน ในวัย 39 ปีกล่าวถึงประเด็นนี้หลังจากเขาไม่เคยได้รางวัลนี้มาครองเลยแม้แต่สมัยเดียว แต่เคยมีชื่อเป็นผู้ท้าชิงมาแล้วถึง 11 ครั้งว่า “อันที่จริงต้องบอกว่า บัลลงดอร์ เองต่างหากที่พลาดโอกาสให้ผมได้เชยชม”

“หากเราพูดถึงเรื่องฝีเท้าแบบเพียวๆ เขาทั้งสองแทบไม่มีอะไรเหนือไปกว่าผม เว้นแต่หากพูดถึงถ้วยรางวัลละก็ ใช่ ! พวกเขาทำได้ดีกว่า ผมก็ไม่รู้นะว่า บัลลงดอร์ เขาใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสิน แต่ผมคิดว่าฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม

ในขณะที่พวกคุณพยายามตัดสินว่าคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียวควรได้รับมัน ทั้งที่ความจริงคนคนเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ถ้าปราศจากเพื่อนร่วมทีมที่มีคุณภาพ”

“เมสซี” กดแฮตทริกพาฟ้าขาวถล่ม โบลิเวีย 3-0 ยิงรวมแซง “เปเล่”

"เมสซี" กดแฮตทริกพาฟ้าขาวถล่ม โบลิเวีย 3-0 ยิงรวมแซง "เปเล่"

ลิโอเนล เมสซี ตัวรุกอาร์เจนติน่า ทำลายสถิติการยิงประตูทีมชาติสูงสุดในส่วนนักเตะฝั่งอเมริกาใต้ของ เปเล่ ลงได้ หลังซัดแฮตทริค ช่วยให้ “ฟ้าขาว” ไล่ถล่มโบลิเวีย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก

การแข่งขันที่สนามโมนูเมนตัล สเตเดี้ยมในกรุงบัวโนส ไอเรส เป็น เมสซี่ ที่โชว์ความยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยรับเหมายิง 3 ประตูช่วยชาติคว้าชัยชนะสำคัญเอาไว้ได้ (1 ประตูในครึ่งแรก และอีก 2 ลูกในครึ่งหลัง)

ก่อนการแข่งขัน เปเล่ มีสถิติยิงในเกมระดับทีมชาติที่ 77 ลูก ขณะที่ เมสซี่ ยิงรวม 76 ลูกให้กับอาร์เจนติน่า แต่ปัจจุบันเขาซัดรวมไปแล้ว 79 ประตู

สำหรับอันดับที่ 3 ในลิสต์นักเตะที่ยิงมากที่สุดให้กับทีมชาติฝั่งอเมริกาใต้คือ เนย์มาร์ โดยซัดไปแล้ว 68 ตุงให้กับบราซิล

แฮตทริคในนัดนี้ส่งให้ เมสซี่ ยิงประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือกรวม 26 ลูก ทำสถิติแซงหน้า หลุยส์ ซัวเรซ อดีตเพื่อนร่วมทีมบาร์เซโลน่าของเขาอีกด้วย

5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้ “คามาวิงก้า” แข้งคนใหม่ของ “ราชันชุดขาว”

คามาวิงก้า

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ประกาศคว้าตัว เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า กองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส วัย 18 ปี จากสโมสรแรนส์ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ ปี 2021 โดยเซ็นสัญญายาว 6 ปี

คามาวิงก้า ตกเป็นเป้าหมายของหลายๆ สโมสรชั้นนำในยุโรป ก่อนลงเอยกับ “ราชันชุดขาว” เขาถูกจับตามองว่า จะเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในอีก 10 ปีข้างหน้า และนี่คือ 5 เรื่องราวของเขา ที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อน

เกิดในค่ายผู้ลี้ภัยชาวแองโกลา

คามาวิงก้า เกิดเมื่อปี 2002 ในค่ายผู้ลี้ภัยชาวแองโกลา พ่อและแม่เป็นชาวคองโก เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส เพื่อหนีภัยสงคราม แต่ในปี 2013 บ้านของเขาถูกไฟไหม้จนทรัพย์สินเสียหายมากมาย

เคยฝึกเล่นกีฬายูโดมาก่อน

คามาวิงก้า เริ่มต้นจากทีมเยาวชนของสโมสรดราปู-ฟูแฌร์ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ แต่ในช่วงเวลานั้น เขายังได้ไปฝึกฝนวิชาศิลปะการป้องกันตัวอย่างกีฬายูโดอีกด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้ว เจ้าหนูคามาวิงก้าก็เลือกโฟกัสไปที่การเป็นนักฟุตบอลเพียงอย่างเดียว

ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ตอนอายุ 17 ปี

คามาวิงก้า นอกจากจะเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ชุดยู-21 แล้ว ยังได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ “เลส์ เบลอส์” ไปแล้ว 3 นัด โดยการลงสนามนัดแรกนั้น เป็นนัดที่พบกับโครเอเชีย ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อเดือนกันยายน 2020 ด้วยวัย 17 ปี 9 เดือน 29 วัน กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในรอบกว่า 100 ปี ที่ประเดิมลงเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

มีประสบการณ์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก

ฤดูกาล 2019/20 แรนส์ได้อันดับที่ 3 ในลีกสูงสุดของฝรั่งเศส ชนิดที่ต้องตัดจบซีซั่นก่อนกำหนด เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลต่อมา ถูกจับสลากอยู่กลุ่มเดียวกับเชลซี, เซบีย่า และคราสโนดาร์ ซึ่งคามาวิงก้า ก็ได้โอกาสลงสนามในถ้วยใหญ่สุดของยุโรป 4 จาก 6 นัด ของรอบแบ่งกลุ่ม และลงเล่นเป็นตัวจริงทุกนัด

มีพัฒนาการในแต่ละตำแหน่งที่ลงเล่น

ตลอดช่วงเวลาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ มิดฟิลด์วัย 18 ปีรายนี้ สามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงกองกลาง โดยหลักแล้วเขาจะเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ แต่จะได้รับบทบาทที่มากขึ้นในการทำเกมรุก คามาวิงก้าแสดงให้เห็นถึงทักษะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล, การผ่านบอล รวมถึงการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม และจะยังคงพยายามหาตำแหน่งที่ดีที่สุดต่อไป