Month: August 2021

เบื้องหลังการขับ ลิโอเนล เมสซี่ ออกจาก บาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ ออกจาก บาร์เซโลน่า

โลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ คำนี้เราได้ยินมานาน แต่ก็ยากจะเชื่อจริง ๆ สำหรับการย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะอันดับ 1 ของโลกที่ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า 

เมสซี่ กับ บาร์ซ่า น่าจะเป็นเนื้อเดียวกันจนแทบแยกกันไม่ออกมานานเกิน 10 ปี ในวันที่เขาแถลงการ “ลาจาก” คำพูดและภาษากายของ เมสซี่ บอกอย่างชัดเจนว่า หากเรื่องทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับเขา … เขาจะไม่มีทางย้ายจาก บาร์เซโลน่า แน่นอน

ดังนั้นหากไม่ใช่เมสซี่ที่ผลักดันให้เกิดการย้ายทีมครั้งประวัติศาสร์ครั้งนี้ เหมือนเมื่อปี 2020 ที่เจ้าตัวส่ง “บูโรแฟกซ์” ขอย้ายทีมเอง แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ใครกันล่ะที่ทำให้สัญลักษณ์ของสโมสรคนนี้ต้องย้ายออกไปในปี 2021 ทั้งที่เจ้าตัวอยากอยู่ ?

ติดตามได้ที่ Main Stand

การบริหารที่ล้มเหลวของบาร์เซโลน่า

ผู้ต้องสงสัยรายแรกคือสโมสรบาร์เซโลน่าเอง ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่หมายถึงการบริหารงานองค์กรที่ผิดพลาด จากทีมที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก กลับกลายเป็นทีมที่เจอวิกฤตหนักหนาที่สุดในช่วง 2 ปีหลังสุด โดยเฉพาะเมื่อไวรัส โควิด-19 เข้ามาเป็นอีกตัวแปรสำคัญ

ในมือผู้บริหารคนเก่าอย่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บาร์เซโลน่าสร้างดีลที่ผิดพลาดและจ่ายเงินกับสิ่งที่ไม่จำเป็นมากมาย ทั้งกับการซื้อนักเตะ การจ่ายค่าเหนื่อย ไปจนถึงการจ้างทีมที่คอยปั่นกระแสโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีการเปิดเผยจาก The Athletic ว่า บาร์เซโลน่ามีหนี้รวมถึง 1.2 พันล้านยูโร และทำให้เมสซี่ฉุนขาด ถึงกับส่งบูโรแฟกซ์เพื่อขอฉีกสัญญาเมื่อเดือนสิงหาคม 2020 แต่ทางบาร์ซ่าและ ลา ลีกา ขวางไว้ โดยอ้างเงื่อนไขของสัญญาที่ต้องทำก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2020 แม้มีโควิดก็ไม่สน จนเมสซี่ต้องยอมเล่นให้ทีมต่อ

ขณะที่ประธานสโมสรคนใหม่อย่าง โจน ลาปอร์ต้า ก็ยืนยันตรงกันว่า หลังจากเขาตรวจสอบตัวเลขหนี้ในบัญชีของสโมสรสำหรับฤดูกาล 2020-21 เพียงปีเดียว สโมสรมีหนี้เพิ่มอีกกว่า 500 ล้านยูโร ขณะที่รายรับที่เข้ามาไม่สัมพันธ์กันเลย เพราะมีเพียง 384 ล้านยูโรเท่านั้น ตกลงจากปีก่อนเกือบครึ่ง (ปีก่อนได้ 671.4 ล้านยูโร)

สำหรับสโมสรที่เป็นสมาชิกของ ลา ลีกา มันมีกฎข้อหนึ่งที่ว่าพวกเขาจะต้องมีรายจ่ายในส่วนของค่าเหนื่อยให้น้อยกว่ารายรับของสโมสร เพื่อป้องกันปัญหาการเงินร้ายแรงที่จะตามมาภายหลัง กฎนี้ส่งผลกับการต่อสัญญากับเมสซี่โดยตรง เพราะสัญญาของเมสซี่ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2021 ที่ผ่านมา

สำหรับสัญญาฉบับใหม่ เมสซี่ได้เขาประชุมกับลาปอร์ต้าแบบตัวต่อตัว และข้อมูลจากข่าววงในที่อ้างโดย The Athletic บอกว่า สัญญาฉบับนี้ เมสซี่ยินยอมที่จะลดค่าเหนื่อยลง 50% เนื่องจากหากเขาไม่ยอมลด กฎรายจ่ายของแต่ละสโมสรที่ ลา ลีกา วางไว้ จะทำให้บาร์ซ่าไม่ผ่านเกณฑ์ และทำให้สโมสรต้องโดนลงโทษ เนื่องจากในปีที่แล้ว (ฤดูกาล 2020-21) บาร์เซโลน่าขาดทุนอย่างหนัก ทาง ลา ลีกา ได้อะลุ้มอล่วยให้แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเรื่องโควิด-19 และให้โอกาสพวกเขาได้แก้ไขเรื่องรายรับ-รายจ่าย ต่ออีก 1 ปี เพื่อให้ทางลีกได้ตรวจสอบอีกครั้ง

ข้อตกลงระหว่างเมสซี่กับบาร์เซโลน่าคือ เขาจะลดค่าเหนื่อยต่อปีลง จาก 45 ล้านปอนด์ เหลือเพียง 20 ล้านปอนด์ โดยจะเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 5 ปี และตามข้อมูลที่เปิดเผยคือ เมสซี่จะเล่นให้กับบาร์ซ่า 2 ปี หลังจากนั้นจะยอมให้เมสซี่ย้ายไปเล่นใน เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับรับบททูตของสโมสรอีก 3 ปี โดยบาร์ซ่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งทั้งสองฝ่ายจับมือ “ดีล” กันเรียบร้อยแล้ว

แต่ปัญหามันไม่ง่ายแบบนั้น เพดานค่าเหนื่อยของทีมก็ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะสัญญาของนักเตะบาร์เซโลน่าแต่ละคนแพงมาก ๆ อองตวน กรีซมันน์ 8 แสนยูโรต่อสัปดาห์ ขณะที่นักเตะคนอื่น ๆ หากไม่นับกลุ่มเยาวชนที่ดันขึ้นมาจากอคาเดมีของตัวเองอย่าง อันซู ฟาติ, เปดรี้ หรือ ริกิ ปุตช์ ไม่มีนักเตะคนไหนเลยที่ค่าเหนื่อยต่ำกว่า 150,000 ยูโรต่อสัปดาห์ และมีถึง 8 คน ที่รับค่าเหนื่อยระหว่าง 200,000 ถึง 400,000 ยูโรต่อสัปดาห์ (ทั้งหมดนี้ไม่รวมนักเตะอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร กับ เมมฟิส เดปาย ที่ย้ายเข้ามาใหม่)

บาร์เซโลน่า พยายามจะเคลียร์ตรงนี้แล้วเพื่อให้อะไร ๆ มันง่ายขึ้น พวกเขามีข่าวจะขาย อองตวน กรีซมันน์ เพื่อลดภาระค่าเหนื่อย ทว่าก็ไม่มีทีมไหนสู้ราคาไหว นอกจากนี้พวกเขายังพยายามเทขาย อุสมาน เดมเบเล่, ซามูเอล อุมติตี้, มิลาเร็ม ปานิช ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม แม้นักเตะจะอยากย้าย แต่ค่าเหนื่อยของพวกเขาก็ทำให้ทีมที่จะซื้อต้องถอยฉากไปเกือบหมด บาร์เซโลน่าต้องแบกค่าใช้จ่ายทุกอย่างไว้ต่อไป ซึ่งนั่นส่งผลให้พวกเขาต้องคุยกับ เมสซี่ เพื่อขอให้ลดค่าเหนื่อยตัวเองลง 50% นอกจากนี้ พวกเขายังต้องไปคุยกับ ฆาเวียร์ เตบาส ประธานของ ลา ลีกา เพื่อช่วยหาทางให้ทีมสามารถรั้งเมสซี่ต่อไปได้

คล็อปป์” เปิดใจหลัง ลิเวอร์พูล จับสลากอยู่ “กรุ๊ปออฟเดธ” ศึก UCL ฤดูกาลนี้

คล็อปป์ เปิดใจหลัง ลิเวอร์พูล

เยอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์เปิดใจหลังทราบผลการจับฉลากแบ่งกลุ่ม ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021-22 ว่าต้องอยู่ใน “กรุ๊ปออฟเดธ” ร่วมกับคู่แข่งสุดโหดอย่าง แอตเลติโก มาดริด, เอซี มิลาน และ เอฟซี ปอร์โต

“บอกตรง ๆ ว่าตอนทราบผลการจับฉลากแบ่งกลุ่ม ผมนี่หัวเราะลั่นเลย เพราะนี่มันคือกลุ่มที่โหดสุดในฤดูกาลนี้แล้วล่ะ” อดีตกุนซือแว่น กล่าวกับ Liverpool Echo

“อย่างไรก็ตาม นี่คือเวที ยูฟา แชมเปียนส์ลีก มันก็จะยาก ๆ หน่อยแบบนี้แหละ ห้ามลืมเด็ดขาดว่าคุณมีโอกาสเจอกับโคตรทีมแห่งทวีปยุโรปได้ตลอดเวลา แต่ความโหดคือดันมารวมอยู่ในกลุ่ม B ของเราพร้อมกัน 4 ทีมนี่แหละ !”

“ทั้งหมดคือทีมที่เราเคยดวลในแมตช์สำคัญ ๆ มาหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เอฟซี ปอร์โต, เอซี มิลาน โดยเฉพาะนัดชิงฯ รายการนี้ ขณะที่ แอตฯ มาดริด ผมอยากล้างตากับทีมนี้ที่สุด แต่ที่แน่ ๆ พวกเขาก็รอโค่น ลิเวอร์พูล อย่างใจจดใจจ่ออยู่เช่นกัน”

“สุดท้ายแฟน ๆ ของทุกสโมสรจะเป็นฝ่ายได้กำไรมากสุด ผมเชื่อว่าทุกคนที่นั่งดูถ่ายทอดสดการจับฉลากแบ่งกลุ่มครั้งนี้พอเห็นชื่อ แอตฯ มาดริด ตามด้วย ลิเวอร์พูล ในกลุ่ม B ก็ยังชิล ๆ เพราะเหลือโถ 3-4 ให้ลุ้นแบบเบา ๆ อยู่อีก แต่พอเป็น เอซี มิลาน – เอฟซี ปอร์โต้ เท่านั้นแหละ คงร้องเห้ยพร้อมกันทั้งโลกแน่นอน”

“นี่คือกลุ่มที่ทีมจากโถ 1 ไม่รู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบอะไร และทีมจากโถ 4 ไม่มีทางเสียเปรียบได้มากกว่านี้อีกแล้ว แม้แต่ผมเองก็ยังไม่อยากอยู่เองเลยด้วยซ้ำ แต่ขณะเดียวกัน การแข่งขันที่มีความยากระดับสูงสุดจะช่วยให้เราเกิดความฮึกเหิมทะเยอทะยานมากกว่าเดิมหลายเท่าเช่นกัน”

“ผมกับลูกทีมจะแสดงให้แฟน ๆ ได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่ปีที่แล้ว และการต่อสู้ของทุกคนจะไม่มีวันเสียเปล่าแน่นอน รอดูวิธีการเล่นของ ลิเวอร์พูล ในศึก UCL ซีซั่นนี้ได้เลย”

เซบีญ่า บุกเชือด เกตาเฟ่ 1-0 ขึ้นนำจ่าฝูง ลา ลีกา สเปน

เซบีญ่า บุกเชือด เกตาเฟ่ 1-0

เซบีญ่า บุกมาเฉือนเอาชนะ เกตาเฟ่ 1-0 คว้าชัยสองเกมติด แซงขึ้นรั้งจ่าฝูงมี 6 แต้มเต็มเท่ากับ ตราหมี แต่ลูกได้เสียดีกว่า

การเเข่งขันฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดที่ 2 เจ้าบ้าน เกตาเฟ่ เปิด โคลิเซียม อัลฟอนโซ่ เปเรซ รับการมาเยือนของ เซบีญ่า

มิเชล เทรนเนอร์ เกตาเฟ่ เกมนี้ส่ง ซานโดร รามิเรซ ยืนจับคู่กับ เอเนส อูนาล ส่วนทางฝั่ง เซบีญ่า ของ ยูเลน โลเปเตกี ส่งหน้าเป้าอย่าง ยูสเซฟ เอ็นเนซีรี่ ล่าตาข่าย โดยมีตัวปั้นเกมอย่าง ออสการ์ โรดริเกซ, ปาปู โกเมซ และ ซูโซ่ อยู่ข้างหลัง ขณะที่ เอริก ลาเมล่า แข้งตัวใหม่ที่ย้ายมาจาก สเปอร์ส เป็นแค่สำรองอยู่ข้างสนามม

ผลปรากฎว่า เซบีญ่า ได้ประตูชัยจาก เอริก ลาเมล่า มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ ที่ลงสนามมาเป็นตัวสำรองช่วงต้นครึ่งหลัง ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+3

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ เซบีญ่า มี 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด ขยับแซง แอตเลติโก มาดริด แชมป์เก่า ที่มี 6 คะแนนเท่ากัน ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสียที่เหนือกว่า ส่วน เกตาเฟ่ แพ้รวด 2 นัดยังไม่มีคะแนนรั้งอันดับ 18

สื่อตีข่าว “อเกวโร” ปัดเบอร์ 10 เลือกเบอร์ 19 แทน

สื่อตีข่าว "อเกวโร" ปัดเบอร์ 10 เลือกเบอร์ 19 แทน

เซร์คิโอ “กุน” อเกวโร กองหน้าป้ายแดงของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ตัดสินใจเลือกเบอร์เสื้อหมายเลข 19 เนื่องจากไม่ต้องการแบกรับความกดดันในการสวมเสื้อเบอร์ 10 ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี จากรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์

โดย เมสซี สวมเสื้อหมายเลข 10 ของ บาร์เซโลนา มานานถึง 13 ปี ก่อนจะหมดสัญญาและย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบไม่มีค่าตัว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วน 3 แข้งใหม่อย่าง เมมฟิส เดอปาย, เอแมร์ซอน โรยาล และ เอริก การ์เซีย จะใช้เสื้อหมายเลข 9, 22 กับ 24 ตามลำดับ

นอกจากนี้ สื่อดังแดนผู้ดียังระบุเพิ่มอีกว่า บาร์เซโลนาไม่สามารถรีไทร์เบอร์ 10 ได้เนื่องจากขัดกับกฎลาลีกา แต่สโมสรวางแผนแล้วว่าในอนาคตจะมอบให้เฉพาะแข้งเยาวชนที่ขึ้นมาจากลา มาเซีย อะคาเดมีลูกหนังชื่อก้องโลกของสโมสรเท่านั้น

ทำเอาโซเชียลฮือฮา! “สองสาวสุดน่ารักสวมเสื้อแข่งเปแอสเช” โผล่สนามบอล

"สองสาวสุดน่ารักสวมเสื้อแข่งเปแอสเช" โผล่สนามบอล

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องบอกว่าข่าวการย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งลีกเอิง ฝรั่้งเศส ของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ถือว่ากลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในโลกโซเชียล ยังมีการแชร์ภาพของแฟนบอลสาวสุดน่ารักสองรายที่สวมเสื้อของ เปแอสเช เข้าไปชมเกมในสนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ งานนี้ที่ทำเอาหนุ่มๆ ชาวไทย แห่กดไลค์กันรัวๆ

อย่างไรก็ตามคำถามที่ตามมาก็คือพวกเธอเป็นใคร วันนี้ทีมงาน จึงขอถือโอกาสบอกว่าภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2015 และแฟนบอลทั้งสองรายก็คือ จีจี้ ฮาดิด (สาวผมทอง) และ เคนดัลล์ เจนเนอร์ (สาวผมดำ) สองนางแบบดังระดับโลก

โดยในครั้งนั้น สองนางแบบสาว ที่เดินทางมาร่วมงาน ปารีส แฟชั่น วีค ได้ใช้เวลาว่างเดินทางเข้าไปชมเกมการแข่งขันระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พบกับ โอลิมปิก มาร์กเซย ที่สนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ก่อนภาพของเธอจะถูกนำไปเสนอตามสื่อต่างๆ

สำหรับ จีจี้ ฮาดิด นางแบบสาวชาวสหรัฐฯ ถือเป็นคนดังในแวดวงโมเดล ปัจจุบันอายุ 26 ปี มีลูกหนึ่งคนกับ เซย์น มาลิก นักร้อง และนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ อดีตบอยแบนด์ใน วันไดเรกชัน ซึ่งแน่นอนทั้งคู่ถือเป็นคู่รักที่ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกเป็นอย่างมากด้วยชื่อเสียงและ ความมีอิทธิพลของทั้งคู่

ขณะที่ เคนดัลล์ เจนเนอร์ เริ่มเข้าวงการนางแบบตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูลคาร์ดาเชียน ที่มีอิทธิพลทั้งด้านธุรกิจ และไลฟ์สไตล์มากที่สุดครอบครัวหนึ่งของโลก ปัจจุบันอายุ 25 ปี คบหาอยู่กับ เดวิน บูเกอร์ นักบาสเกตบอลคนดังของ ฟีนิกซ์ ซันส์ แห่งศึก NBA

กลัวแล้ว! สื่อตี เปแอสเช เล็งเซ็นฟรี “โรนัลโด” ซัมเมอร์หน้า

กลัวแล้ว! สื่อตี เปแอสเช เล็งเซ็นฟรี "โรนัลโด" ซัมเมอร์หน้า

นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี ประธานสโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง แห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส แสดงท่าทีต้องการคว้าตัว คริสเตียโน โรนัลโด จากยูเวนตุส มาเสริมทัพในซัมเมอร์ 2022

รายงานจาก อาส ระบุว่า อัล-เคไลฟี ไม่ต้องการขาย คิลิยัน เอ็มบัปเป สู่ เรอัล มาดริด ในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้แต่อย่างใด แม้ว่าสัญญาของวันเดอร์คิดทีมชาติฝรั่งเศสกำลังจะหมดลงในซัมเมอร์หน้า

เปแอสเช เข้าใจดีถึงการตัดสินใจต้องการหาความท้าทายใหม่ของ เอ็มบัปเป และพร้อมเปิดทางให้แข้งรายนี้ย้ายออกจากทีมแบบฟรีเอเยนต์โดนที่ต้นสังกัดจะไม่ได้ค่าตอบแทนแม้สักยูโรเดียว โดยในทางเดียวกันพวกเขาก็เล็ง โรนัลโด แบบไร้ค่าตัวเพื่อเป็นตัวแทนของแข้งวัย 22 ปี ซึ่งกระบวนการดังกล่าวทำให้เปแอสเชไม่ต้องเสียค่าตัวเพื่อดึงซูเปอร์สตาร์รายใหม่มาร่วมทัพแต่อย่างใด

อาส ยังชี้อีกว่า จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ของ โรนัลโด ได้ตระหนักดีถึงแผนการดังกล่าวซึ่งจะเป็นการช่วยให้เจ้าตัวยังคงมีแรงจูงใจในการฟาดแข้งลูกหนังบนเวทีระดับสูงต่อไป หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนจะทำให้ซูเปอร์สตาร์โปรตุกีสเล่นให้กับ เปแอสเช ด้วยวัย 37 ปี ซึ่งสัญญายาว 2 ปีกับทีมแห่งลีกเอิงจะทำให้เป็นเวลาเหมาะสมที่เขาจะย้ายไปเล่นใน สหรัฐอเมริกา หรือ กาตาร์ เป็นลำดับถัดไป

ก่อนหน้านี้ อัล-เคไลฟี ได้แสดงจุดยืนต่อ เอ็มบัปเป ว่า “เขาต้องการเล่นในทีมที่มีการแข่งขันสูง ตอนนี้เขาก็อยู่ในทีมนั้นแล้ว จากนี้ไม่มีข้ออ้างสำหรับเขาอีกต่อไป” โดย อาส ชี้ว่าเป็นการโยนแรงกดดันจากแฟนบอลเปแอสเชไปให้ที่ตัวนักเตะเมื่อต้นสังกัดได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาได้ทำทุกทางแล้วเพื่อเป็นการรั้งดาวรุ่งรายนี้ให้อยู่กับทีม

ส่อแววดราม่า! ทนายบาร์เซโลน่า ยื่นเรื่องค้าน เปแอสเช คว้าตัว “เมสซี่” ร่วมทัพ

เปแอสเช คว้าตัว "เมสซี่" ร่วมทัพ

ยังคงเป็นประเด็นที่คอลูกหนังให้การจับตามองเกี่ยวกับอนาคตในการค้าแข้งของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา หลังออกมาแถลงข่าวอำลาต้นสังกัด บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้เป็นที่เชื่อกันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งลีกเอิง ฝรั่้งเศส คือทีมที่มีโอกาสดีที่สุดที่จะได้ตัวของ แข้งฟ้าขาววัย 34 ปี ไปร่วมทีมหลังเจ้าตัวเผยในงานแถลงข่าวแบบชัดเจนว่าได้มีการพูดคุยกับทีมดังจากปารีสจริง “ใช่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีความเป็นไปได้ แต่ในเวลานี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน ผมได้รับข้อเสนอมากมายหลังการแถลงของ บาร์เซโลน่า”

อย่างไรก็ตามล่าสุด ฆวน บรังโก้ หนึ่งในทีมทนายความของ บาร์เซโลน่า สโมสรดังแดนสเปน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทีมงานของพวกเขากำลังเตรียมที่จะยื่นเรื่องฟ้องร้องเพื่อขัดขวางไม่ให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สามารถคว้าตัว ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ไปร่วมทัพได้

“ในฐานะตัวแทนของ บาร์เซโลน่า หน่วยงานของผมกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการยุโรป และขอร้องให้ศาลปกครองในกรุงปารีส มีคำสั่งระงับการดำเนินการเป็นการชั่วคราวเพื่อไม่ให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่”

“เปแอสเช มีปัญหาทางด้านการเงิน (กฎไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์) ที่แย่กว่าของพวกเราด้วยซ้ำ ในฤดูกาล 2019-2020 อัตราส่วนด้านค่าเหนื่อยต่อรายได้ของ เปแอสเช อยู่ที่ 99 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ของ บาร์เซโลน่า อยู่ที่ 54 เปอร์เซ็นต์”

“แถมส่วนต่างมันก็เพิ่มขึ้นด้วย มันน่าเหลือเชื่อที่กฎ ไฟแนนเชี่ยล แฟร์เพลย์ มันกลายเป็นการทำให้ความห่างกันในด้านธุรกิจของฟุตบอลยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม และทำให้ทีมที่มีอำนาจสามารถบงการวงการลูกหนังได้” บรังโก้ เปิดเผยถึงแผนการทั้งหมด

สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักเตะเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2003 มีสถิติลงเล่นให้กับสโมสรไปทั้งสิ้น 778 นัด ทำได้ 672 ประตู กวาดแชมป์รางวัลต่างๆ มากมาย ไล่ตั้งแต่แชมป์ลา ลีกา 10 สมัย, แชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก 4 สมัย, แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย และ แชมป์โคปา เดล เรย์ 7 สมัย ยังไม่รวมรางวัลส่วนตัวอีกเพียบ

ปิดฉาก 21 ปี! “เมสซี” ยืนยันไม่สามารถต่อสัญญากับ บาร์เซโลนา

ปิดฉาก 21 ปี! "เมสซี" ยืนยันไม่สามารถต่อสัญญากับ บาร์เซโลนา

สโมสรบาร์เซโลนา ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ลิโอเนล เมสซี จะไม่ได้ลงเล่นให้กับทีมอีกต่อไปในฤดูกาลหน้า แม้ทั้งสองฝ่ายจะเห็นพ้องต้องกันเรื่องสัญญาฉบับใหม่ได้แล้วก็ตาม โดยปัญหาที่ขัดขวางไม่ให้การเจรจาบรรลุผลอยู่ที่สภาพความคล่องทางการเงินของสโมสรนั่นเอง

“แม้ว่า บาร์เซโลนา และ ลิโอเนล เมสซี จะบรรลุข้อตกลงและแสดงออกถึงความตั้งใจที่ชัดเจนของทั้งสองฝ่ายในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ในวันนี้ แต่ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากอุปสรรคทางการเงินและโครงสร้างซึ่งเป็นข้อบังคับของ ลาลีกา สเปน” บาร์ซา ระบุในแถลงการณ์

“จากสถานการณ์ดังกล่าว เมสซี จะไม่อยู่ต่อที่ บาร์เซโลนา ทั้งสองฝ่ายเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ความปรารถนาของผู้เล่นและสโมสรจะไม่สำเร็จในท้ายที่สุด”

“บาร์เซโลนา แสดงความขอบคุณอย่างสุดใจต่อผู้เล่นที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสโมสรและขออวยพรให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตในชีวิตส่วนตัวและอาชีพของเขา”

ทั้งนี้ เมสซี กลายเป็นแข้งฟรีเอเยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาเมื่อเจ้าตัวหมดสัญญากับพลพรรรค อาซูลกรานา ก่อนที่เขาจะตอบรับสัญญาฉบับใหม่จากต้นสังกัดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทว่าเงื่อนไขที่จะทำให้ดีลดังกล่าวลุล่วงลงได้คือ บาร์ซา จำเป็นที่จะต้องขายนักเตะภายในทีมออกไปเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้เป็นไปตามกฎของ ลา ลีกา แต่ท้ายที่สุดสโมสรก็ไม่สามารถผ่องถ่ายแข้งออกไปได้

รายงานจาก บีบีซี ระบุว่าแข้ง อาร์เจนไตน์ วัย 34 ปีตอบรับสัญญายาว 5 ปีกับสโมสรแต่ฝั่ง ลา ลีกา ยืนยันว่าทัพ กูเลส จำเป็นที่จะต้องลดภาระค่าเหนื่อยนักเตะโดยรวมไม่ให้เกินเพดานที่ตั้งไว้เสียก่อนจึงจะสามารถลงทะเบียนแข้งใหม่ได้

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ เมสซี จำเป็นต้องยุติเส้นทาง 21 ปีกับ บาร์เซโลนา หลังย้ายจาก นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ จาก อาร์เจนตินา ร่วมอคาเดมี ลา มาเซีย ตั้งแต่ปี 2000 ก่อนเดบิวต์กับทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2004 เบ็ดเสร็จเจ้าตัวสังหารประตูให้กับ บาร์ซา ทั้งสิ้น 672 ประตูกับ 305 แอสซิสต์จากการลงสนามทั้งหมด 778 นัด

เมสซี พา บาร์เซโลนา คว้าเมเจอร์โทรฟี 21 ถ้วยแบ่งเป็น ลา ลีกา 10 สมัย, โกปา เดล เรย์ 7 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัยและเป็นนักเตะที่คว้าบัลลงดอร์ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 6 สมัย

หักปากกาเซียน! สาวแคนาดา เฉือน สาวมะกัน 1-0 ทะลุชิงฟุตบอลหญิงหนแรก

สาวแคนาดา เฉือน สาวมะกัน 1-0 ทะลุชิงฟุตบอลหญิงหนแรก

การแข่งขันฟุตบอลหญิง โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง สหรัฐอเมริกา พบกับ แคนาดา ที่สนาม คาชิม่า ซอคเกอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2564

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเปิดเกมบุกเข้าใส่กันแต่ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้ จนถึงนาทีที่ 33 แคนาดา มาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม นิเชลเล่ พรินซ์ ได้ขึ้นโหม่งเต็มหัวแต่บอลหลุดกรอบออกหลังไป

นาทีที่ 40 สหรัฐอเมริกา ได้ลุ้นประตูบ้างจากการเติมเกมของ เคลลี่ โอฮาร่า ขึ้นมาทางขวาก่อนเปิดบอลมาเข้าหัว อเล็กซ์ มอร์แกน โหม่งไม่ถนัดบอลหลุดกรอบออกไป หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังนาทีที่ 65 สหรัฐฯ น่าจะได้ประตูออกนำแบบสุดๆ จากจังหวะที่ คาลิล ลอยด์ บรรจงปั่นด้วยขวาในเขตโทษบอลพุ่งจะเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่ สเตฟานี่ ลับเบ้ นายด่านแคนาดาพุ่งปัดทิ้งไว้ได้

สองนาทีต่อมา สาวมะกัน เกือบได้อีกหนจากลูกเตะมุมฝั่งขวา จูลี่ เอิร์ทซ์ ได้เทกตัวโขกเต็มๆ แต่ สเตฟานี่ ลับเบ้ นายด่านแคนาดายังเหนียวปัดทิ้งออกไปได้อีก

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 74 ดิแอน โรส ได้บอลหลุดเข้าเขตโทษ เทียร์น่า ดาวิดสัน ไปเตะโดนข้อเท้าล้มลง ผู้ตัดสินเช็ค VAR ก่อนเป่าเป็นจุดโทษให้ แคนาดา และเป็น เจสซี่ เฟลมมิ่ง รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แคนาดา ขึ้นนำ 1-0

ทำให้จบเกม แคนาดา เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ สหรัฐอเมริกา 1-0 ทะยานผ่านเข้าไปชิงเหรียญทองได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โดยจะพบกับ สวีเดน ที่ก็เฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย มาได้หวุดหวิด 1-0 เช่นกัน